







Longines Legend Diver with No Date กล่อง ใบ หนังสือที่ระลึก มาครบ
- ขนาด 42mm ไม่รวมเม็ดมะยม ตัวเรือน Super Compressor Case
- กลไกL633 base ETA2824-2 กระจกแซฟไฟร์โดมเคลือบตัดแสง หน้าปัดBlack lacquered
- ตัวเรือนสภาพดี ฝาหลังสวย ไม่มีรอยหนัก สายเดิมมีรอยใช้งานบ้าง บัคเคิ้ลสภาพดี เดินดีปกติ
- รุ่น Re-Edition ที่ลงตัวและฮิตมากรุ่นนึง ปัจจุบันเลิกผลิตไปแล้วครับ

************************************************************************
ถ้าพูดถึง Longines แฟนๆ คอนาฬิกาคงจะรู้จักกันดี ทั้งรุ่นเก่า วินเทจ และรุ่นใหม่ ในปัจจุบัน ถือเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก่อตั้งแต่ปี 1832 ครับ เล่าประวัติ
คงต้องร่ายกันยาวครับ เอาแค่แยกเป็นรุ่นเด็ด ๆ ก็หาอ่านกันในอินเตอร์เนทไม่หวั่นไม่ไหวครับ ไม่ว่าจะเป็น Herritage Flagships ,Conquest , Lindberg , Legend Diver ...



ภาพโรงงาน Longines ในปี 1866 / 2006

ถึงแม้ปัจจุบัน อาจจะเห็น Longines ออก Collection ใหม่ ๆ ดีไซน์สมัยนิยมมากมาย (อาจจะแอบขัดใจแฟนรุ่น เก๋ากันบ้าง ) แต่ทาง Longines ก็ยังไม่ลืมมิตรรักแฟนเพลงครับ
ตัว Re-edition ในไลน์ดังกล่าว ก็ทำให้เหล่าสาวกประทับใจ ลืมพวกรุ่น ทันสมัย ๆ กันไปชั่วขณะ 8)
ท่านใดสนใจ เชิญเข้าไปเยี่ยมชม Official Website ของ Longines ได้เลยครับ https://www.longines.com/company/history/19
จะขอเล่าถึง รุ่น Legend Diver นะครับ ต้องขอย้อนไปในเหตุการณ์สำคัญในปี 1953 วันที่ 28 สิงหาคม , เป็นวันที่ได้มีการทดสอบเรือดำน้ำสัญชาติอิตาลี ชื่อว่า "Trieste" ที่มี
ลูกเรือประจำการข้างใน 2คน Mr. Jacques Piccard (son of the boat's designer Auguste Piccard) and US Navy Lieutenant Don Walsh
ได้ดำสิ่งสู่ความลึกที่สุดในประวัติการณ์ ด้วยความลึก ~3150 เมตร
ซึ่ง Longines ได้มีส่วนร่วมในภารกิจนี้ โดยเป็นนาฬิกาจับเวลาส่วนของ Ballast Tank ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุ การดำดิ่งหรือลอยตัวของเรือดำน้ำ


เป็นแบบจำลองที่โชว์ในพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำครับ
หลังจากนั้น 7 ปี ในปี 1960 Longines ได้ออกแบบนาฬิกา ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากภารกิจนี้ (การจับเวลา ,และดำน้ำ ) โดยดีไซน์ตัวเรือนขนาดใหญ่ถึง 42 mm (ในยุค 1960) เป็นตัวเรือนแบบ Super Compressor Case ถือว่าเป็นตัวเรือนที่มีขนาดใหญ่มาก ถ้าเทียบกับนาฬิกาในยุคนั้น:
ตัวเรือนแบบ Super Compressor (SC) ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Ervin Piquerez S.A. (EPSA). ยิ่งดำน้ำลึก แรงดันจากน้ำจะยิ่งทำให้ตัวเรือนนาฬิกากันน้ำมากขึ้น ว่ากันว่าด้วยตัวเรือนแบบ SC ทำให้นาฬิกาสามารถกันน้ำได้ถึง 600 ฟุต

เชิญติดตามต่อเรื่อง SC ได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ https://www.scubawatch.org/EPSA_SC_FAQ.html
(ยังเป็นที่ถกเถียงกันครับ ว่า Case Longines legend diver ใช่แบบ SC หรือไม่นะคับ )
มีเม็ดมะยมคู่้ (twin crown) ตรง 2 นาฬิกา ไว้หมุนขอบเวลาเบเซิลด้านใน จะแตกต่างจากนาฬิกาดำน้ำทั่วไป ว่ากันว่าเม็ดมะยมขันเกลียวจะมั่นคง โอกาสที่วงเบเซิลจะขยับน้อยกว่านาฬิกาดำน้ำแบบปกติ เช่น Rolex first Submarine Ref: 6204 ปี 1953 (ขนาด 37mm กันน้ำ 100 เมตร) ;D ;D


(ถ้านึกถึงรูปแบบนาฬิกาที่มี twin crown คงจะต้องนึกถึง JLC Memevox ซึ่งรุ่นแรกได้ผลิตในช่วง 1950
แต่ไม่ได้ใช้ในการหมุนวงเพื่อจับเวลา ใช้เป็นตัวตั้งปลุกแทน ในยุคนั้น 1960' IWC ก็ได้ผลิต Aquatimer ออกมาจำหน่าย
ในยุค 60' ปลาย ๆ LeCoultre (Jaeger-Lecoultre) ได้ส่ง รุ่น Polaris ออกสู่ตลาด

ในยุค 70' Fortis ก็มาครับ Fortis marinemaster SCompressor

แบรนด์ต่าง ๆ ก็มาครับ


ดีไซน์แบบ twin crown นี่ คลาสสิค อมตะจริง ๆนะครับ...
ราคาตั้งสำหรับ Legend Diver รุ่นแรกหาขอมูลไม่ได้ครับ แต่ราคาที่ขายกันในปัจจุบันราว 10,000USD

หลังจากนั้นเกือบ 50 ปี ในปี 2007 Longines ได้ส่งตัว รุ่น Re-Edition legend diver ด้วยขนาดตัวเรือน ดีไซน์ เข็ม แบบดั้้งเดิม มาครบ ครับ ทำให้ แฟน ๆ สาวก Longines ถึงกับอื้อฮื้อกันกับรุ่นนี้ครับ
(กระจกเปลี่ยนเป็น dome sapphire เม็ดมะยมใหญ่ขึ้นอีกนิดนึง เพื่อให้ใช้งานได้ง่าย )

ทำให้เหล่าสาวกของ Longines ได้หายคิดถึงกันพอสมควร ซึ่งนับเป็นรุ่น Re-Edition ที่ได้รับการยอมรับว่าสวย ขลังและ ลงตัวที่สุด รุ่นนึงในวงการนาฬิกา

ในปี 2009 Longines ก็ได้ปล่อยตัว Legend Diver with Date ออกสู่ตลาด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น
รุ่นนี้เด็ดลงตัว ใส่ได้ตั้งแต่ ลงทะเล ยันประชุมบอร์ดบริหารครับ (เสริชในกูเกิ้ล รูปมากมายเลยครับ)

"When We love, Don't count "


ราคาตั้งของรุ่น มีวันที่จะแพงกว่า ประมาณไม่ถึงหมื่นบาท และในปี 2011 Longines ก็ได้เลิกผลิตรุ่นไม่มีวันที่ไปครับ
ทำให้สาวก Longines เศร้ากันเล็กน้อย ว่าเลิกผลิตรุ่นเด็ดไปทำไม แต่ก็กลับทำให้ กระแสความนิยมและราคาของรุ่น No date เป็นที่ต้องการมากขึ้น ปัจจุบัน ราคาซื้อขายกัน จะแพงกว่ารุ่น มีวันที่เป็นหมื่นครับ

ในปี 2013-2014 Longines ได้เพิ่ม 30bar(300meter) บนหน้าปัด หน้าปัดนี้ผลิตจำหน่ายปีเดียวครับไม่ใช่เต็ดนะครับ
(อาจจะเป็นข้ออ้างในการปรับราคา ;D ) โดนคนบ่น ก็เลยเลิกคับ
(เวปแฟนคลับ Longines บ่นกันตรึม แบบเดิมเกลี้ยง ๆ ดูคลาสสิคกว่าครับ ปีถัดมาก็เลยกลับมาผลิตหน้าเกลี้ยงเหมือนเดิม แต่ใครจะรู้ครับ กลายเป็นของหายากไปโดยปริยาย )


แถมภาพชุดสวย ๆของ Longines Legend Diver หูสาย 22mm หาสายสวยๆ มาสลับใส่ เฟี้ยวแน่นอนครับ



