Longines Legend Diver No Date ครบ ๆ

admin
Site Admin
Posts: 1253
Joined: Wed Jul 08, 2015 9:00 pm

Longines Legend Diver No Date ครบ ๆ

Postby admin » Tue Oct 20, 2015 5:03 pm

Image


Image


Image


Image


Image


Image

Longiesnd Legend Diver with No Date สภาพดี กล่อง ใบครบ

- ขนาด 42mm ไม่รวมเม็ดมะยม ตัวเรือน Super Compressor Case

- เครื่อง L633 base ETA 2824-2    กระจกแซฟไฟร์โดมเคลือบตัดแสง ,หน้าปัด Black lacquered

- สภาพดีตีซัก 94%  สายเดิม บัคเคิ้ลสภาพยังสวย นาฬิกาใบปี 2011 ปีสุดท้ายก่อนที่จะเลิกผลิตครับ






 ************************************************************************

  ถ้าพูดถึง Longines แฟนๆ  คอนาฬิกาคงจะรู้จักกันดี ทั้งรุ่นเก่า วินเทจ และรุ่นใหม่ ในปัจจุบัน ถือเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก่อตั้งแต่ปี 1832 ครับ เล่าประวัติ

  คงต้องร่ายกันยาวครับ เอาแค่แยกเป็นรุ่นเด็ด ๆ ก็หาอ่านกันในอินเตอร์เนทไม่หวั่นไม่ไหวครับ ไม่ว่าจะเป็น Herritage  Flagships ,Conquest , Lindberg , Legend Diver ...

Image

   ImageImage

  ภาพโรงงาน Longines ในปี 1866 / 2006


Image

  ถึงแม้ปัจจุบัน อาจจะเห็น Longines ออก Collection ใหม่ ๆ ดีไซน์สมัยนิยมมากมาย (อาจจะแอบขัดใจแฟนรุ่น เก๋ากันบ้าง ) แต่ทาง Longines ก็ยังไม่ลืมมิตรรักแฟนเพลงครับ

  ตัว Re-edition ในไลน์ดังกล่าว ก็ทำให้เหล่าสาวกประทับใจ ลืมพวกรุ่น ทันสมัย  ๆ กันไปชั่วขณะ  8)

 ท่านใดสนใจ เชิญเข้าไปเยี่ยมชม Official Website ของ Longines ได้เลยครับ http://www.longines.com/company/history/19

 
          จะขอเล่าถึง รุ่น Legend Diver นะครับ ต้องขอย้อนไปในเหตุการณ์สำคัญในปี 1953 วันที่ 28 สิงหาคม , เป็นวันที่ได้มีการทดสอบเรือดำน้ำสัญชาติอิตาลี ชื่อว่า "Trieste" ที่มี

ลูกเรือประจำการข้างใน 2คน Mr.  Jacques Piccard (son of the boat's designer Auguste Piccard) and US Navy Lieutenant Don Walsh

ได้ดำสิ่งสู่ความลึกที่สุดในประวัติการณ์ ด้วยความลึก ~3150 เมตร

ImageImage

  ซึ่ง Longines ได้มีส่วนร่วมในภารกิจนี้ โดยเป็นนาฬิกาจับเวลาส่วนของ Ballast Tank ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุ  การดำดิ่งหรือลอยตัวของเรือดำน้ำ

ImageImage
      เป็นแบบจำลองที่โชว์ในพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำครับ

 
   หลังจากนั้น 7 ปี ในปี 1960 Longines ได้ออกแบบนาฬิกา ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากภารกิจนี้ (การจับเวลา ,และดำน้ำ ) โดยดีไซน์ตัวเรือนขนาดใหญ่ถึง 42 mm (ในยุค 1960) เป็นตัวเรือนแบบ Super Compressor Case  ถือว่าเป็นตัวเรือนที่มีขนาดใหญ่มาก ถ้าเทียบกับนาฬิกาในยุคนั้น:
 
    ตัวเรือนแบบ Super Compressor (SC) ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Ervin Piquerez S.A. (EPSA). ยิ่งดำน้ำลึก แรงดันจากน้ำจะยิ่งทำให้ตัวเรือนนาฬิกากันน้ำมากขึ้น ว่ากันว่าด้วยตัวเรือนแบบ SC ทำให้นาฬิกาสามารถกันน้ำได้ถึง 600 ฟุต

Image
เชิญติดตามต่อเรื่อง SC ได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ http://www.scubawatch.org/EPSA_SC_FAQ.html
(ยังเป็นที่ถกเถียงกันครับ ว่า Case Longines legend diver ใช่แบบ SC หรือไม่นะคับ )
 

       มีเม็ดมะยมคู่้ (twin crown) ตรง 2 นาฬิกา ไว้หมุนขอบเวลาเบเซิลด้านใน จะแตกต่างจากนาฬิกาดำน้ำทั่วไป ว่ากันว่าเม็ดมะยมขันเกลียวจะมั่นคง โอกาสที่วงเบเซิลจะขยับน้อยกว่านาฬิกาดำน้ำแบบปกติ เช่น Rolex first Submarine  Ref: 6204  ปี 1953  (ขนาด 37mm กันน้ำ 100 เมตร)   ;D ;D

Image



Image


  (ถ้านึกถึงรูปแบบนาฬิกาที่มี twin crown คงจะต้องนึกถึง JLC Memevox ซึ่งรุ่นแรกได้ผลิตในช่วง 1950
Image  

   แต่ไม่ได้ใช้ในการหมุนวงเพื่อจับเวลา ใช้เป็นตัวตั้งปลุกแทน ในยุคนั้น 1960' IWC ก็ได้ผลิต Aquatimer ออกมาจำหน่าย

Image


   ในยุค 60' ปลาย ๆ LeCoultre (Jaeger-Lecoultre) ได้ส่ง รุ่น Polaris ออกสู่ตลาด
Image


ในยุค 70' Fortis ก็มาครับ  Fortis marinemaster SCompressor

Image

  แบรนด์ต่าง ๆ ก็มาครับ

ImageImage

     ดีไซน์แบบ twin crown นี่ คลาสสิค อมตะจริง ๆนะครับ...  

 ราคาตั้งสำหรับ Legend Diver ในปีนั้นราคาตั้ง หาขอมูลไม่ได้ครับ แต่ราคาที่ขายกันในปัจจุบันราว 10,000USD




Image





หลังจากนั้นเกือบ 50 ปี ในปี 2007 Longines ได้ส่งตัว รุ่น Re-Edition legend diver ด้วยขนาดตัวเรือน ดีไซน์ เข็ม แบบดั้้งเดิม มาครบ ครับ ทำให้ แฟน ๆ สาวก Longines ถึงกับอื้อฮื้อกันกับรุ่นนี้ครับ

  (กระจกเปลี่ยนเป็น dome sapphire เม็ดมะยมใหญ่ขึ้นอีกนิดนึง เพื่อให้ใช้งานได้ง่าย )

 
Image

Image

ทำให้เหล่าสาวกของ Longines ได้หายคิดถึงกันพอสมควร ซึ่งนับเป็นรุ่น Re-Edition ที่ได้รับการยอมรับว่าสวย ขลังและ ลงตัวที่สุด รุ่นนึงในวงการนาฬิกา


Image
   


และในปี 2009 Longines ก็ได้ปล่อยตัว Legend Diver with Date ออกสู่ตลาด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น

รุ่นนี้เด็ดลงตัว ใส่ได้ตั้งแต่ ลงทะเล ยันประชุมบอร์ดบริหารครับ (เสริชในกูเกิ้ล รูปมากมายเลยครับ)


Image


   
Image

Image


Image


Image

"When We love, Don't count " :)
 
Image
 


          ราคาตั้งของรุ่น มีวันที่จะแพงกว่า ประมาณไม่ถึงหมื่นบาท และในปี 2011 Longines ก็ได้เลิกผลิตรุ่นไม่มีวันที่ไปครับ


Image


ทำให้สาวก Longines อารมณ์เสียกันเล็กน้อย ว่าเลิกผลิตรุ่นเด็ดไปทำไม แต่ก็กลับทำให้ กระแสความนิยมและราคาของรุ่น No date เป็นที่ต้องการมากขึ้น ปัจจุบัน ราคาซื้อขายกัน จะแพงกว่ารุ่น มีวันที่เป็นหมื่นครับ


Image



แถมภาพชุดสวย ๆของ Longines Legend Diver ครับ



Image


Image    


Image


Image



Image


Image


Image

Return to “รวมกระทู้เก่า”

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 4 guests